แนะนำนิยายสุดฮิตและนิยายมากกว่า 10000+เรื่อง

นิยายยอดฮิต ไม่คิดค่าใช้จ่าย มีความสนุกให้คุณไม่รู้จบกับนิยาย

หมวดหมู่: นิยาย

ลูกหมีขั้วโลก เหนือ ลาร์ส จากแดนหนาว

Published / by JaimeKeller / Leave a Comment

ลูกหมีขั้วโลก เหนือ ลาร์ส จากแดนหนาว
ผู้แต่ง-ภาพประกอบ: ฮันส์ เดอ เบียร์ ผู้แปล : อริยา ไพฑูรย์ สำนักพิมพ์ : แพรวเพื่อนเด็ก จำนวน : ๓๒ หน้า

ลาร์ส เป็นลูกหมีขั้วโลกที่ไม่เคยเดินทางออกไปไกลจากขั้วโลกเลย มันจึงเคยเห็นเพียงสีขาวของน้ำแข็งและหิมะเท่านั้น ทุกวัน ลาร์สกับพ่อจะออกจากถ้ำที่อยู่ เพื่อมาฝึกว่ายน้ำ ดำน้ำและหาอาหาร

ขณะที่ลาร์สกับพ่อนอนหลับพักผ่อนอยู่นั้นเอง แสงแดดก็ส่องลงมา ทำให้หิมะละลาย ลาร์สลอยไปกับก้อนน้ำแข็งออกสู่ทะเลกว้าง เมื่อน้ำแข็งเริ่มละลายมากขึ้น ลาร์สโผไปเกาะถังใบใหญ่ที่ลอยน้ำมา มันลอยไกลจากขั้วโลกมากขึ้น มากขึ้น ธรรมชาติรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป กระทั่งมันลอยมาเกยตื้น ลาร์สไม่เคยเห็นอะไรที่มีสีสันแปลกตาอย่างนี้มาก่อน

ไม่นานนัก ลาร์สก็ได้พบกับเฮนรี่ ฮิปโปตัวโต ซึ่งสาร์สไม่เคยเห็นมาก่อนเลย บาคาร่า มันเล่าเรื่องราวที่เกิดให้เฮนรี่ ฟัง เฮนรี่รับปากว่าจะหาหนทางพาลาร์สกลับบ้านให้ได้ และลาร์สก็ได้กลับบ้านที่ขั้วโลกสมใจ ด้วยความช่วยเหลือของฮิปโปเฮนรี่และผองเพื่อน

ลาร์ส ลูกหมีขั้วโลก จะเป็นเสมือนเครื่องมือช่วยเปิดโลกทัศน์ของเด็กๆ เพื่อนำไปสู่ความสนใจต่อสิ่งต่างๆรอบตัวและรอบโลก…

นิยายเด็ก ดินแดนแห่งเจ้าตัวร้าย

Published / by JaimeKeller / Leave a Comment

นิยายเด็ก ดินแดนแห่งเจ้าตัวร้าย
ผู้แต่ง-ภาพประกอบ : มอริซ เซนดัก ผู้แปล : ‘ป่านแก้ว’ สำนักพิมพ์ : แพรวเพื่อนเด็ก จำนวน : ๔๘ หน้า

ดินแดนแห่งเจ้าตัวร้าย ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่า เป็นหนังสือส่งเสริมจินตนาการที่ดีที่สุดเล่มหนึ่ง ทั้งเนื้อเรื่องที่สามารถตอบสนองธรรมชาติของเด็ก และภาพประกอบที่เปี่ยมด้วยพลัง อันมีการจัดวางและออกแบบภาพมาเป็นอย่างดี ที่สามารถตรึงเด็กๆไว้ให้อยู่กับหนังสือเล่มนี้ได้เป็นเวลานาน

คืนหนึ่ง แม๊กซ์ เด็กชายวัยซน ก่อนเรื่องยุ่งขึ้นภายในบ้าน แม่จึงส่งแม๊กซ็เข้านอนโดยไม่ให้กินอะไรเลย และทันใดนั้นเอง ป่าทั้งป่าก็เติบโตขึ้นให้นอนของแม็กซ์ เรือลำหนึ่งแล่นผ่านมา แม๊กซ์จึงขึ้นเรือไปสู่ดินแดนแห่งเจ้าตัวร้าย เมื่อมาถึง พวกเจ้าตัวร้ายส่งเสียงคำรามอย่างน่ากลัว แยกเขี้ยวแหลมน่ารัก และกางกรงเล็บแหลมน่ากลัว แต่แม๊กซ์ก็สยบเจ้าตัวร้ายได้ทั้งหมด และส่งให้พวกมันเข้านอนโดยไม่ให้กินอะไรเลย

จากนั้น แม๊กซ์ ราชาแห่งเจ้าตัวร้ายก็เริ่มรู้สึกเหงาและอยากกลับไปหาคนที่ตัวเองรักมาก ที่สุด เขาจึงก้าวลงเรือ บาคาร่า แล้วโบกมืออำลาพวกเจ้าตัวร้าย ล่องเรือผ่านคืน ผ่านวัน ผ่านไปหลายสัปดาห์ กลับคืนสู่ห้องนอน ก่อนจะพบว่า แม่เตรียมอาหารค่ำวางรออยู่เรียบร้อยแล้ว…

ร้องเพลง กับ คุณตา

Published / by JaimeKeller / Leave a Comment

ร้องเพลง กับ คุณตา
ผู้แต่ง-ภาพประกอบ : จอห์น วินซ์ ผู้แปล : ระพีพรรณ พัฒนาเวช สำนักพิมพ์ : แพรวเพื่อนเด็ก จำนวน : ๓๖ หน้า

คุณตาคนหนึ่งอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่และรักการร้องเพลงมาก แต่ในเมืองใหญ่ มีเสียงดังขึ้นทุกทีๆ จนคุณตาไม่อาจได้ยินเสียงเพลงที่ตัวเองร้อง คุณตาเริ่มไม่มีความสุข จึงตัดสินใจย้ายออกมาอยู่นอกเมือง เพื่อจะได้ร้องเพลงอย่างมีความสุขทุกวัน

เมื่อคุณตาเข้ามาอยู่ในป่าครั้งแรก สัตว์ต่างๆไม่คุ้นเคยกับเสียงเพลงของคุณตาจึงพากันตกใจ แต่ไม่นาน บรรดาสัตว์ทั้งหลายก็ชอบและหลงรักเสียงเพลงของคุณตา คุณตาร้องเพลงอย่างมีความสุข สัตว์ต่างๆก็ฟังเพลงอย่างมีความสุข

คุณตาอาศัยอยู่ในป่าอย่างเนิ่นนาน ขณะที่คุณตาก็แก่ตัวลงและหลงๆลืมๆ คุณตาลืมรับประทานอาหารที่ทำทิ้งเอาไว้ บาคาร่า ลืมเล่นแผ่นเสียง คุณตาลืมทำทุกสิ่งทุกอย่างทุกเคยทำ และรู้สึกว่าลืมทำสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง แต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออกว่า ตัวเองลืมทำอะไร สัตว์ในป่าก็พากันเงียบเหงา

วันหนึ่ง จิ้งโจ้ใช้หางตบพื้นเป็นเสียงเบา กบเริ่มส่งเสียงร้องระงม บรรดานกในป่าต่างเริ่มส่งเสียงเซ็งแซ่ เสียงของสัตว์ทั้งหลายดังระงมไปทั่วทั้งป่า ทันใดนั้นเอง คุณตาก็นึกขึ้นได้ทันทีว่า ตัวเองลืมร้องเพลง…

Against the Gods อสูรพลิกฟ้า

Published / by JaimeKeller / Leave a Comment

Against the Gods อสูรพลิกฟ้า

อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods ) [นิยายแปลจีน]
ทุกคนต่างตามล่าเขาซึ่งเป็นผู้ครอบครองของวิเศษ เขาจึงกลืนมันแล้วกระโดดหน้าผาจบชีวิตเพื่อไม่ให้ใครได้มันไป หลังจากนั้นเขาพบว่าได้มาอยู่ในร่างชายหนุ่มที่มีชื่อเดียวกับเขาในอีกโลก โดยมีความทรงจำของทั้งสองชาติภพ อีกทั้งของวิเศษชิ้นนั้นยังติดตัวเขามาด้วย บาคาร่า ทว่าในร่างใหม่นี้เขาเป็นเพียงคนชีพจรพิการที่สู้ไม่ได้แม้แต่เด็กสิบขวบ แต่กลับมีวาสนาทางนารีคอยช่วยเหลือและโชคชะตาที่แปลกประหลาดทำให้เขาได้ครอบครองพลังอำนาจที่สามารถพลิกฟ้าสะเทือนดิน

แปลและเรียบเรียงโดย : Aradeer

ประพันธ์โดย : 火星引力

เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ : 纵横中文网 ( Zongheng Zhongwen Wang )…

พรอนงค์นิยมค้า กับ “แมวน้อย ๑๐๐ หมื่นชาติ”

Published / by JaimeKeller / Leave a Comment

พรอนงค์นิยมค้า กับ “แมวน้อย ๑๐๐ หมื่นชาติ”
บทความโดย ธีรวงศ์ ธนิษฐ์เวธน์

“พรอนงค์ นิยมค้า” แปลหนังสือภาพจากต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นและภาษาฝรั่งไว้จำนวนมาก หลายเล่มได้รับการตีพิมพ์ซ้ำจนถึงปัจจุบัน แต่หลายเล่มก็สู้ข้อจำกัดทางการตลาดไม่ได้ หนังสือระดับดีมากๆ หลายเล่มจึงล้มหายตายจากไปจากเมืองไทยรวมทั้ง แมว ๑๑ ตัวกับยักษ์อุฮิอะฮะ (ญี่ปุ่น) หนังสือเล่มยาว หนา (แต่เด็กๆบอกว่าไม่ยาวเลย) บอกเล่าบทเรียนจากความซุกซน ไม่เคารพกฎเกณฑ์ของเด็กๆ ขนมปังกลม กลิ้ง กลิ้ง (รัสเซีย) บอกเล่าจุดจบของความหลงตัวเองอย่างแจ่มชัด แพะสามตัว (นอร์เวย์) บอกเด็กๆถึงการใช้ปัญญาเอาตัวรอดในยามคับขัน และเรื่องของแมวน้อยที่ตายแล้วเกิดนับล้านชาติ แต่ไม่เคยประทับใจอะไรเท่ากับการได้รับความรัก และรู้จักที่จะรักของ แมวน้อย ๑๐๐ หมื่นชาติ (ญี่ปุ่น)

แมวน้อย ๑๐๐ หมื่นชาติ (โยโกะ ซาโนะ เรื่องและรูป,สำนักพิมพ์แพรวเพื่อนเด็ก) เป็นประหนึ่งตัวแทนของหนังสือตะวันออก บาคาร่า ทั้งวิธีคิดและการนำเสนอ โดยนำคติการเวียนว่ายตายเกิด มาเล่าเรื่องในแบบที่เด็กเข้าใจ มีพลัง อบอุ่น สนุกสนาน และลึกซึ้งจนผู้อ่านหนังสือให้เด็กๆฟังหลายคน(รวมทั้งผู้เขียน) รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างติดอยู่ตรงคอเมื่ออ่านถึงตอนจบ

แมวน้อยบอกเด็กๆว่า ความตายนั้นเป็นธรรมดา แมวน้อยตายให้เด็กๆดู ซ้ำแล้วซ้ำอีกในรูปแบบโหดๆ และไม่ซ้ำกัน ทั้งจมน้ำตาย แก่ตาย ถูกยิงตาย(ด้วยธนูนะครับ ไม่ใช่ปืน) ถูกตัดครึ่งตัว ถูกสุนัขกัด ถูกเชือกรัดคอ ส่วนใหญ่ล้วนสยดสยองทั้งสิ้น แมวน้อยตายจนชินชา แมวน้อยจึงไม่ยี่หระ (แล้วเด็กๆจะกลัวไปไย) เด็กๆจึงยอมรับและเข้าใจได้ว่าเป็นธรรมดาของทุกชีวิต หากแต่ความรักนั้นยิ่งใหญ่กว่าความตาย สำคัญกว่าความเก่งกาจ ความรักนั้นอ่อนโยน อบอุ่น การสูญเสียความรักรันทดกว่าความตาย ความรักจึงพึงได้รับการดูแลเอาใจใส่

ภาษาแปลใน แมวน้อย ๑๐๐ หมื่นชาติ เป็นภาษาที่ “พรอนงค์” คงใช้เวลาคิดอยู่ไม่น้อย(อาจจะเดาผิดก็ได้) ตั้งแต่ชื่อเรื่องที่ใช้ในการนับเลขแบบญี่ปุ่นมาถอดความเป็นภาษาไทยใช้คำว่า ๑๐๐ หมื่นตามแบบภาษาจีนและญี่ปุ่นแทนคำว่าล้าน ซึ่งรู้สึกได้ว่ามากจริงๆ

ภาษาในการเล่าเรื่อง เป็นภาษาพูดเล่าเรื่องอย่างการเล่าปากเปล่าเลยทีเดียว อาทิ แก่หงำเหงอะ แก่หง่อม คอพับคออ่อน และใช้คำว่าหมาแทนสุนัข ซึ่งนักวิชาการอาจจะไม่ชอบ แต่เด็กชอบและเข้าใจ เกิดการเรียนรู้ (รวมทั้งใช้คำว่าตดแทนผายลม และอึแทนอุจาระ หากใช้อย่างที่นักวิชาการบอก ก็ไม่รู้ว่าเด็กจะสนุกด้วยหรือไม่) ผู้เขียนแปลกใจอยู่ประการเดียวว่า เหตุใดจึงไม่ใช้เลขไทยในชื่อเรื่องและที่อื่นๆ เพราะเลขไทยกำลังถูกลืม หากหนังสือภาพจะมีส่วนช่วยที่สำคัญให้เด็กคุ้นเคยด้วยก็น่าจะเป็นประโยชน์ เลขอารบิกนั้นเห็นกันได้ในทุกๆแห่งอยู่แล้ว

กล่าวถึงหนังสือเล่มนี้แล้วก็พลอยนึกไปถึงเด็กๆในพื้นที่ภาคใต้ที่อยู่ในภาวะโศกเศร้า ประสบกับการสูญเสียบ้าน ครู ครอบครัว ญาติมิตร ผู้เขียนไม่แน่ใจนักว่าจะช่วยปลอบประโลมให้คลายทุกข์ได้บ้างหรือไม่ หรือจะเป็นการซ้ำเติมเพราะความสูญเสียนั้นช่างมากมาย กว้างขวางและแตกต่างจากการสูญเสียญาติมิตรโดยทั่วไปที่มีขอบเขตค่อนข้างจำกัด ซึ่งผู้เขียนได้เคยประสบกับเด็กๆในครอบครัว หนังสือเล่มนี้ได้แสดงพลังแห่งการเล่าเรื่องได้อย่างน่าประทับใจ สามารถช่วยคลายทุกข์ และช่วยให้เขายิ้มกับโลกและชีวิตได้อีกครั้ง…

ความรักของต้นไม้

Published / by JaimeKeller / Leave a Comment

ความรักของต้นไม้
บทความ : ธีรวงศ์ ธนิษฐ์เวธน์ แต่งโดย : เชล ซิลเวอร์สเตน แปล : สีรุ้ง สำนักพิมพ์ : บ้านต้นไม้

ผู้เขียนเป็นอีกคนหนึ่งที่มีประสบการณ์ประทับใจเกี่ยวกับหนังสือภาพสำหรับเด็ก อันเป็นผลสืบเนื่อจากการอ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่ลูกยังเล็กๆ จนวันนี้เด็กๆกลายเป็นประจักษ์พยานในพลังและคุณประโยชน์ทางการเรียนรู้ที่เด็กๆได้จากหนังสือภาพ จนเริ่มเข้าใจว่าหนังสือภาพที่ดีนั้น บาคาร่า สามารถอธิบายความอันเป็นนามธรรมให้เด็กๆเข้าใจได้ชัดเจนและลึกซึ้ง อันเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถทำได้โดยคำพูด เพราะกระบวนการคิดและประสบการณ์ของเด็กตัวน้อยๆ ยังไม่พร้อมสำหรับการเชื่อมโยงวิเคราะห์จากการฟังแต่หนังสือภาพสามารถให้ประสบการณ์อันเป็นรูปธรรมแก่เด็กๆได้

หนังสือเล่มนี้ อาจเป็นเล่มแรกๆที่ผู้เขียนหยิบขึ้นมาดูหลายครั้งก่อนจะตัดสินใจว่าจะเขียนถึงดีหรือไม่หรือจะเขียนถึงอย่างไร หลังจากพิจารณาข้อมูลแวดล้อมแล้วก็ตัดสินใจเขียนดีกว่า เพราะน่าจะเป็นคุณมากกว่าโทษและจะขอนำเสนอมุมมองและข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งคงช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องและผู้เขียนเองระมัดระวังและมองหนังสือภาพให้ลึก ให้ละเอียดมากขึ้น ก่อนจะชี้ว่าเหมาะกับเด็กหรือไม่

เชล ซิลเวอร์สเตน เป็นศิลปินที่มีผลงานหลายอย่างทั้งดนตรี งานกวี งานภาพประกอบและงานเขียน แต่ก็ไม่สู้จะประสบความสำเร็จมากนัก กระทั่งมาเขียนหนังสือที่เจ้าตัวบอกว่าเป็นหนังสือภาพสำหรับเด็ก โดยมีเล่มนี้เป็นเล่มแรกและขายดีที่สุด สร้างชื่อเสียงให้เขามากที่สุด แต่ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดเช่นกัน ดังมีเรื่องเล่าว่าสำนักพิมพ์แห่งแรกที่เขานำต้นฉบับไปเสนอตอบว่า เขาจะต้องตอบให้ได้ก่อนว่าต้องการทำหนังสือสำหรับเด็กหรือสำหรับผู้ใหญ่ ก่อนจะส่งต้นฉบับคืนเป็นอันว่าเขาต้องนำไปเสนอสำนักพิมพ์แห่งอื่นแทนและลงเอยเหมือนเรื่องเล่าของผู้ชนะทั้งหลาย คือสามารถขายหนังสือได้มากมายและปล่อยสำนักพิมพ์แห่งแรกไว้ในความเงียบเหงาราวกับผู้แพ้ ความสำเร็จของหนังสือเล่มนี้ทำให้เขาออกงานเล่มอื่นๆตามมา อีกหลายเล่มซึ่งล้วนเป็นในแนวเดียวกันกล่าวคือ ออกไปทางช่างคิด และทั้งหมดล้วยประสบความสำเร็จทางธุรกิจ ได้รับการแปลออกไปหลายภาษา สร้างชื่อเสียงให้ผู้ประพันธ์เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปในสากล

หากพิจารณาเนื้อหาอย่างจริงจังแล้ว ผู้เขียนรู้สึกคล้อยตามสำนักพิมพ์แห่งแรกที่ปฏิเสธการตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ ในฐานะหนังสือเด็ก เพราะเนื้อหาและการเสนอยืนคร่อมอยู่ระหว่างเด็กและใหญ่ ทั้งรูปเล่ม เนื้อหาภาพประกอบและเรื่องราว หากจะพิจารณาเพียงภาพประกอบก็ดูเป็นเด็ก การใช้ลายเส้นน้อยๆ ง่ายๆ ทำให้รู้สึกถึงความเงียบ สอดคล้องกลมกลืนไปกับถ้อยคำ แต่ก็ดูเป็นแนวผู้ใหญ่อยู่มาก เด็กๆจึงไม่รู้สึกตื่นเต้นเมื่ออ่านให้ฟัง

การพิมพ์ซ้ำถึงเจ็ดครั้งในรอบหกปีนั้นเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ใจ (หากมองในฐานะหนังสือภาพสำหรับ เด็ก) เนื่องจากหนังสือภาพที่คุ้นเคยและชื่นชอบกันมากในอันดับต้นๆ (ทั้งคุณครูและพ่อแม่รู้จักกันดี) ยังไม่มีเล่มใดขายได้ถึงหมื่นห้าพันเล่มในเวลาสิบปี จึงออกจะเป็นเรื่องเหลือเชื่อว่า หากนี่คือหนังสือสำหรับเด็กและเป็นหนังสือสำหรับเด็กจริง เราคงได้เห็นพัฒนาการด้านนี้อย่างกว้างขวางเลยทีเดียว ความเป็นไปได้ทางการตลาดจึงมีอยู่ทางเดียว คือ กลุ่มหนุ่มสาว และไม่น่าแปลกใจที่หนังสือเล่มนี้ จะไม่ค่อยประสบความสำเร็จในห้องสมุดเด็กเอาเสียเลย เด็กๆเมินเฉยเสียด้วยซ้ำ สภาพหนังสือเล่มนี้ที่ห้องสมุดทั้งทุกแห่งจึงยังดีอยู่เสมอเมื่อเทียบกับเล่มอื่นๆที่ขึ้นชั้นพร้อมกัน

เนื้อหาในหนังสือเป็นประเด็นที่ได้รับการวิพากษ์มากที่สุด ดังมีเรื่องเล่าว่าเพื่อนของคุณแม่มือใหม่ท่านหนึ่งซื้อหนังสือเล่มนี้ไปฝาก เมื่อคุณแม่ท่านนั้นอ่านจบก็กล่าวกับเพื่อนว่า “เชล ซิลเวอร์สเตน เป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงใช่ไหม” เพื่อนตอบว่า “ใช่” เธอกล่าวต่อไปว่า “เขาเขียนหนังสืออย่างนี้ออกมาได้อย่างไร ฉันไม่มีวันอ่านหนังสือแบบนี้ให้ลูกฟังหรอก เป็นไปได้อย่างไรที่เราจะสอนให้ลูกเห็นแก่ตัวได้ขนาดนี้”

ส่วนผู้ประพันธ์เองก็เคยกล่าวออกตัวว่า เป็นเพียงความสัมพันธ์ระหว่างสองสิ่ง สิ่งหนึ่งให้อีกสิ่งหนึ่งรับ นักวิชาการด้านวรรณกรรมกลุ่มหนึ่งกล่าวว่า การกลับมาทุกครั้งของเด็กชายคนนั้นเป็นการมาเพื่อจะขออะไรบางอย่างเท่านั้น ไม่เดือดร้อนก็ไม่เคยมาหา ไม่สนใจใยดีต่ออะไรเลย ส่วนเจ้าต้นไม้ก็ช่างไม่เรียนรู้ ดังพ่อแม่จอมตามใจลูกทั้งหลาย จนลูกเสียคนก็ยังไม่สำนึกว่าตนเองเป็นผู้กระทำและภาพเด็กหนุ่มพาคู่รักไปพรอดรักใต้ต้นไม้ผู้อารีนั้นถูกมองว่าเกินเลยถึงขั้นละเมิดศีลธรรมเลยทีเดียว

หากเปรียบเทียบงานเล่มอื่นของผู้ประพันธ์ก็จะพบว่าทิศทางเนื้อหา การออกแบบรูปเล่มและภาพ ดูไม่แตกต่างกันมากนัก กระทั่งบางเล่มสื่อความคาบลูกคาบดอกไปทางเพศก็มี เช่น the missing piece (ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะการแปลหรือไม่) ส่วน the missing piece meet the big o นั้นค่อยดูขบคิดมากขึ้น แต่ก็ยังห่างชั้นความเป็นหนังสือเด็กอยู่ดี (หากมีข้อสงสัยอย่างไรจึงจะเรียกว่าหนังสือสำหรับเด็ก ก็ขอความกรุณาพิจารณาข้อเขียนเกี่ยวกับหนังสือเล่มอื่นๆ ในฉบับก่อนหน้า)…

กระต่ายน้อยปีเตอร์

Published / by JaimeKeller / Leave a Comment

กระต่ายน้อยปีเตอร์

บทความ: ธีรวงศ์ ธนิษฐ์เวธน์ เรื่อง กระต่ายน้อยปีเตอร์ (The Tale of Peter Rabbit) เรื่องและรูป บีทริกซ์ พ็อตเตอร์ แปลโดย สุภาวดี โกมารทัต สำนักพิมพ์ แพรวเพื่อนเด็ก

หนังสือภาพสำหรับเด็กที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดเล่มหนึ่งของโลก (ตีพิมพ์ครั้งแรก ค.ศ 1902) เป็นหนังสือที่นักศึกษาวิชาวรรณกรรมสำหรับเด็กทั่วโลกทุกคนต้องศึกษาและวิเคราะห์มาแล้ว

ความโดดเด่นของ กระต่ายน้อยปีเตอร์ อยู่ที่ความเป็นเด็ก อบอุ่นและเป็นมิตร รวมถึงภาพประกอบชั้นเลิศซึ่งเป็นฝีมือของผู้ประพันธ์เอง กระทั่งเป็นที่รักของเด็กๆ ทั่วโลกไม่น้อยไปกว่าตัวกระต่ายน้อยปีเตอร์ และปีเตอร์เองก็กลายเป็นตัวแทนของ บีทริกซ์ พ็อตเตอร์ (Beatrix Potter) ผู้ประพันธ์ในภาคความเป็นเด็กความโดดเดี่ยว เต็มไปด้วยความฝันในการออกผจญภัยและอีกหลายอย่างที่ขาดหายไปในวัยเด็กของเธอ

สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้เป็นอมตะ มีองค์ประกอบหลักๆ อยู่สองสามประการ คือ มีความเป็นเด็กอย่างแท้จริงเพราะเด็กๆ ทุกคนต่างก็เคยแอบทำในสิ่งที่พ่อแม่ห้ามอยู่เสมอ เพียงแต่เรื่องของปีเตอร์ชัดเจนกว่า ตื่นเต้นกว่าด้วยท่าทีการเล่าเรื่องที่อ่อนโยนจนเด็กๆไม่รู้สึกว่าผู้เล่า(ผู้ประพันธ์) หาเรื่องมาสอนหรืออบรม บาคาร่า การถ่ายทอดเรื่องราวอย่างเป็นกลาง คล้ายว่ารู้มาอย่างไรก็เล่าไปอย่างนั้นทำให้ผู้ฟัง (เด็กๆ)รับสาส์นอย่างเต็มใจและสนุกสนาน

ส่วนภาพประกอบนั้นมีทั้งความสดชื่น อบอุ่น มีอารมณ์ขัน นุ่มนวล ใจดี มีการวางองค์ประกอบศิลป์ที่น่ามหัศจรรย์และสมบูรณ์แบบ

อนึ่ง ผู้ประพันธ์แสดงอารมณ์ขันในเหตุการณ์ต่างๆของเรื่องอยู่เสมอ แต่เป็นตลกร้ายในความรู้สึกของผู้เขียน อ่านแล้วให้รู้สึกแสบๆคัน ๆ เช่น ประโยคแรกที่แม่กระต่ายพูดขึ้นว่า “ลูกรักของแม่ ลูกจะออกไปเที่ยวในทุ่งหญ้าหรือเดินเล่นไปตามทางเดินก็ได้จ๊ะ แต่อย่าเข้าไปในสวนของคุณแม็คเกรเกอร์นะ พ่อของลูกไปเกิดอุบัติเหตุเข้าที่นั่นคุณนายแม็คเกรเกอร์จับพ่อไปทำเป็นไส้ขนมพาย” ???

รวมทั้งตอนที่ปีเตอร์พบเจ้าหนูแก่ที่คาบเม็ดถั่วอยู่ในปาก ถามอย่างไรมันก็ไม่สามารถบอกทางได้เพราะปากไม่ว่าง จนมาถึงตอนคุณแม็คเกรเกอร์เอาเสื้อและรองเท้าของปีเตอร์ไปทำเป็นหุ่นไล่กาซึ่งดูโหดมาก

อ่านซ้ำกี่ครั้งก็รู้สึกว่าเป็นตลกร้ายและร้ายหนักกว่าเรื่อง แมวขี้กลัวกับแม่มดตัวเล็ก ของคุณสุดไผท เมืองไทย ที่เจตนาแกล้งเด็กอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่สุดแสนสนุกสนาน ต่างจากท่าทีการเล่นของ บีทริกซ์ พ็อตเตอร์ ที่เล่าเรื่องอย่างผู้เห็นเหตุการณ์เท่านั้น ไม่เอาอารมณ์ส่วนตัวของตนเข้าไปใส่ จึงมีอารมณ์เฉยชาอยู่ในที ดังนั้น เมื่อมาถึงตอนอารมณ์ขันแบบร้ายๆ ก็ทำให้รู้สึกร้ายขึ้นอีกหลายเท่า

ข้อนี้เข้าใจว่าผู้ประพันธ์พยายามทุกวิถีทางที่จะปรามเด็กๆ ที่ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ ทั้งขู่ทั้งปลอบ ส่วนตอนจบนั้นอบอุ่นเหลือเกิน เด็กๆทุกคนรู้สึกและเข้าใจได้ว่าที่ๆปลอดภัยที่สุดคือบ้านของเรา แม่ไม่ได้ตำหนิปีเตอร์สักคำ กลับชงชาสมุนไพรให้ดื่มและพูดสั้นๆ แค่ “หนึ่งช้อนโต๊ะก่อนนอนนะจ๊ะ” แล้วผู้ประพันธ์ก็จบเรื่องของปีเตอร์ไว้เท่านี้ ทุกอย่างนั้นให้เด็กๆคิดเอาเอง

กล่าวสำหรับท่าทีของแม่กระต่ายนั้นเป็นประเด็นที่น่าสนใจมาก คล้ายกับจะบอกว่าการจะเป็นพ่อแม่ที่ดีนั้น พึงต้องหนักแน่นและให้โอกาสเด็กๆ ได้เรียนรู้โดยไม่ผลักไสให้เข้าไปอยู่ในกรอบที่พ่อแม่ต้องการ คอยชี้แนะและช่วยเหลือเมื่อพวกเขาต้องการ แล้วเด็กๆก็จะได้เรียนรู้ด้วยตนเองอย่างมีความหมาย

ภาพสุดท้ายเมื่อ ฟล็อบซี่ ม็อบซี่ และ ค็อทต้อนเทล ได้กินอาหารเย็นกันอย่างเอร็ดอร่อย แต่ ปีเตอร์นอนซมเป็นไข้เพราะซุกซนจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด เป็นสาส์นที่ตรงและแรงจนเด็กๆไม่อาจลืมได้ในเวลาสั้นๆ และผู้ประพันธ์ก็ได้ตอกย้ำบทเรียนของปีเตอร์อีกครั้งในเล่มถัดมา เมื่อเบนจามิน บันนี่ ลูกพี่ลูกน้องชวนกลับเข้าไปในสวนของคุณแม็คเกรเกอร์ในวันถัดมา คราวนี้ปีเตอร์ออกอาการน่าขันและน่าสงสาร ตัวสั่นงันงกไปหมดแต่ก็ขัดเจ้าเบนจามินไม่ได้ จนพาตัวเองไปติดกับอีกครั้ง

โดยสรุปแล้ว กระต่ายน้อยปีเตอร์น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดที่เรามีอยู่ในเมืองไทยขณะนี้ ในการใช้นิทานอธิบายความซับซ้อนให้เด็กๆเข้าใจ (ได้ดีจนไม่ต้องอธิบาย) เป็นแบบอย่างของหนังสือนิทานภาพที่ “สั่งสอน” โดยที่เด็กๆไม่รู้สึกว่ากำลังถูกสอน และเป็นคำอธิบายให้ผู้ใหญ่จำนวนมากเข้าใจว่าเด็กๆ ผจญภัยผ่านหนังสือนิทานได้อย่างไร นอกจากนั้นกระต่ายน้อยปีเตอร์ยังบอกเราด้วยว่าการเป็นพ่อแม่ที่ดีนั้นเขาเป็นกันอย่างไร…

เสียงหัวเราะครั้งสุดท้าย The Last Laugh (2019)

Published / by JaimeKeller / Leave a Comment

เสียงหัวเราะครั้งสุดท้าย

เสียงหัวเราะครั้งสุดท้าย The Last Laugh (2019)

เสียงหัวเราะครั้งสุดท้าย เรื่องย่อ

เรื่องราวเกิดขึ้นหลังจากที่ย้ายไปอยู่สถานพักฟื้นผู้สูงอายุ บาคาร่า  อัลผู้จัดการศิลปินจอมซุกซนได้กลับไปสานชมรมกับบัดดี้สมัยก่อนลูกค้าที่เคยร่วมงานกันนานมาแล้วแล้วก็ชักชวนให้เขากลับไปสู่ แวดวงตลก ขบขันอีกที

The Last Laughดูหนังออนไลน์ ปี 2019

ติดตามความสนุกได้ที่นี่ nungdeedung.blogspot.com…

อำมหิตลั่นโลก Hannibal

Published / by JaimeKeller / Leave a Comment

อำมหิตลั่นโลก

อำมหิตลั่นโลก Hannibal

อำมหิตลั่นโลก เรื่องย่อ Hannibal ต่อจากเรื่องราวที่เริ่มต้นในเรื่อง The Silence of the Lambs สิบปีผ่านไปนับตั้งแต่ ดร. ฮันนิบาล เล็คเตอร์ (แอนโธนี ฮอปกิ้นส์) หลบหนีจากที่คุมขัง เป็นเวลานานสิบปีตั้งแต่

แคลริส สตาร์ลิง (จูลี่แอน มัวร์ รับบทแทน โจดี้ ฟอสเตอร์) เจ้าหน้าที่ FBI สัมภาษณ์เขาในโรงพยาบาลที่ได้รับการคุ้มกันสูงสุด สำหรับคดีอาชญากรรมทางจิตประสาทโดยเฉพาะ

สิบปีผ่านไปนับตั้งแต่ ดร. ฮันนิบาล เล็คเตอร์ หลบหนีจากที่คุมขังเป็นเวลานานสิบปีตั้งแต่ แคลริส สตาร์ลิง เจ้าหน้าที่ FBI สัมภาษณ์เขาในโรงพยาบาลที่ได้รับการคุ้มกันสูงสุด สำหรับคดีอาชญากรรมทาง

จิตประสาทโดยเฉพาะ ขณะนี้ ดร. ฮันนิบาล ผู้นี้หลบอยู่ในอิตาลี มีเสรีภาพเต็มเปี่ยมในโลกที่ไม่มีใครคอยเฝ้าดู แต่ แคริส สตาร์ลิง ไม่เคยลืมการเผชิญหน้าระหว่างเธอกับ ดร. ฮันนิบาล เล็คเตอร์ น้ำเสียง

เย็นชาของเขายังคงหลอกหลอนเธอในความฝัน ขณะนี้ชีวิตเขากำลังไปได้สวย ทุกอย่างดูเหมาะกับเขาไปหมด แต่เขายังคิดถึงเธอ แล้วเริ่มสงสัยว่าชีวิตของเขาจะสมบูรณ์ได้หรือไม่หากขาดเธอไป

สำหรับเธอ ความเข้มแข็งของเธอมาจากการมีวินัยและเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ยังคงมีเงาที่ติดตามเธอไปทุกหนแห่ง เป็นสิ่งรบกวนที่ทำให้เธออ่อนแอเรื่อยมา

 

ปีที่ออกฉาย: ปี 2544
รายได้รวม: 165,091,464 $
ผู้กำกับ: Ridley Scott
นำแสดง: Anthony Hopkins, Julianne Moore …
ทุนสร้าง: 87,000,000.00 บาท
ความยาว: 131 นาที
เรตติ้ง MPAA: R

 

ติดตามข่าวภาพยนต์ได้ที่นี่  movie.kapook.com

นวนิยาย:ข้างหลังภาพ

Published / by JaimeKeller / Leave a Comment

นวนิยาย:ข้างหลังภาพ

นวนิยาย:ข้างหลังภาพ คือ นวนิยาย ประพันธ์โดยศรีบูรพา หรือชื่อจริงว่า กุหลาบ สายประดิษฐ์ เริ่มตีพิมพ์เป็นตอนๆ ลงในหนังสือพิมพ์ประชาชาติรายวัน เมื่อ พ.ศ. 2479 เป็นเรื่องราวของความรักต่างวัย ต่างสถานะ นอกจากเรื่องราวที่กินใจแล้ว ภาษาที่ใช้ในเรื่องเป็นภาษาที่งดงาม มีวลีที่เป็นที่ชื่นชอบมากมาย เรื่องนี้เมื่อรวมเล่มได้รับการตีพิมพ์ซ้ำถึง 39 ครั้ง ยังได้รับการยกย่องด้วย ความงามในเชิงวรรณศิลป์ และถูกนำไปแสดงเป็นละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ รวมถึงละครเวที ในรูปแบบละครเพลงอีกด้วย

กุหลาบ สายประดิษฐ์ เขียนเรื่องนี้โดยอาศัยประสบการณ์จริงที่เคยไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2479 และจากความคุ้นเคยกับเจ้านายในราชสกุลวรวรรณ หลายพระองค์ที่เป็นพี่น้องกับ หม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ เจ้าของหนังสือพิมพ์ประชาชาติรายวัน โดยเป็นที่คาดหมายกันว่าตัวละคร หม่อมราชวงศ์กีรติ น่าจะถอดแบบมาจากหม่อมเจ้าบรรเจิดวรรณวรางค์ วรวรรณ บางคนคาดว่าถอดแบบมาจากพระนางเธอลักษมีลาวัณ แต่ชนิด สายประดิษฐ์ ภริยาของผู้แต่งระบุว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

ข้างหลังภาพตีพิมพ์ตอนแรกในหนังสือพิมพ์ประชาชาติ ฉบับวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2479 ต่อเนื่องจนจบบทที่ 12 ในวันที่ 26 มกราคม  พ.ศ. 2480 ถึงตอนที่ ม.ร.ว.กีรติ ลาจากนพพรที่ท่าเรือโกเบ โดยเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ต่อมาเมื่อรวมพิมพ์ครั้งแรกโดย สำนักงานนายเทพปรีชา ศรีบูรพาได้แต่งเพิ่มอีก 7 บท รวมเป็น 19 บท โดยตอนที่แต่งขึ้นใหม่เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

ต่อมาในปี พ.ศ. 2486 ศรีบูรพาได้เขียนเรื่องสั้นชื่อ “นพพร-กีรติ” เป็นจดหมายรัก ที่เขียนถึงระหว่างกัน ตีพิมพ์ในหน้า 255 ถึง 273 ของหนังสือรวมเรื่องสั้น “ผาสุก” ของสำนักพิมพ์อุดม และได้นำไปรวมเล่มใน ข้างหลังภาพ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3 ในเวลาต่อมา
เนื้อเรื่อง
นพพร และ หม่อมราชวงศ์กีรติ พบกันครั้งแรก ที่สถานีรถไฟโตเกียว นพพร อายุ 22 ปี เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ริคเคียว ส่วนหม่อมราชวงศ์กีรติ หญิงวัย 35 มาฮันนีมูน กับ พระยาอธิการบดี สามีที่ อายุคราวพ่อ ท่านเจ้าคุณเป็น เพื่อนสนิทกับ พ่อของนพพร จึงขอร้องให้นพพร พาหม่อมราชวงศ์กีรติ เที่ยวญี่ปุ่นเพราะตัวท่าน เองแก่เกินกว่า จะไปไหนต่อไหนได้ หลายแห่ง แต่ก็ยังอยากให้หม่อมราชวงศ์กีรติสนุกกับการอยู่ญี่ปุ่น และนั่นเป็นโอกาสให้นพพร เด็กหนุ่มที่ไม่เคย รู้จักความรักมาก่อน ได้อยู่ใกล้ชิดกับผู้หญิงที่สวย สง่า กิริยาวาจาแช่มช้อยเป็นผู้ดี

แม้เธอจะสูงวัยกว่า แต่ยิ่งใกล้ชิด นพพรก็ยิ่งหลงรักเทอดทูน หม่อมราชวงศ์กีรติ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าเธอ แต่งงานแล้ว นพพรเฝ้าถามหม่อมราชวงศ์กีรติว่าทำไมเธอจึงแต่งงานกับ ชายวัยพ่อ ทั้ง ๆ ที่เธอทั้งสวย สง่างามมาก ฉลาด และฐานะเดิมก็ดีอยู่ก่อนแล้ว ทั้งไม่ได้ถูกใครบังคับและไม่ได้รักเจ้าคุณด้วย ทุกครั้งที่นพพรถาม หม่อมราชวงศ์กีรติเลี่ยงที่จะตอบ จนวันหนึ่ง เขาพาเธอไปเที่ยว มิตาเกะ หม่อมราชวงศ์กีรติที่ตามปกติจะ วางตัวสง่างาม กลับกลายเป็นสาวน้อย ผู้ร่าเริงท่ามกลาง แมกไม้ และสาย และความหลัง ที่เป็นความลับ ของหม่อมราชวงศ์กีรติจึงถูกเปิดเผย และทุกครั้งที่นพพร ถามว่าหม่อมราชวงศ์กีรติรักเขาไหม คุณหญิงกีรติไม่เคยตอบตรงคำถามเลย ส่วนนพพรยืนยันว่า

ขอขอบคุณแหล่งที่มา  guru.sanook.com